Koh wai 
Good Feeling
4 วัน 3 คืน 

ทะเลตะวันออก ที่มีเสน่ห์จนคนหลงรัก ในส่วนของเกาะฝั่งตะวันออกนั้น มีมากมายนัก เกาะหวายเป็นเกาะเล็กๆ 
ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักสักเท่าไหร่ จึงเรียกได้ว่าเป็นเกาะที่สงบมากๆ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง อยู่ทางใต้เกาะช้างเล็กน้อย 
ห้อมล้อมด้วยเกาะน้อยใหญ่อีกเพียบ มีพื้นที่ราวๆ 1.6 ตารางกิโลเมตร ใครที่รักสงบ อยากหนีจากสิ่งวุ่นวายในเมือง 
เพื่อมาพักผ่อนเกาะนี้เหมาะที่จะเป็นที่พักผ่อน ส่วนใครที่รักสบายมากๆคงจะไม่เหมาะกับที่นี่เท่าไหร่
เพราะในเกาะหวายหลายรีสอร์ทต้องปั่นไฟใช้เอง จะมีไฟฟ้าให้ใช้เวลาช่วงค่ำถึงประมาณ 5 ทุ่มเท่านั้น ไม่มี WiFi 
ไม่มีพัดลม จะมีเฉพาะบางรีสอร์ทเท่านั้นที่มีไฟฟ้าให้ใช้ได้ตลอด
การเดินทางไปเกาะหวาย 

เริ่มจากที่ได้เตรียมตัวเดินทางออกจากบ้านที่อยู่ จ. ตาก อำเภอแม่สอด ไปสู่ความเวิ้งว้างที่ จ.ตราด 

 
ทริปนี้เป็นทริป 2 คน กับเพื่อนสนิท ด้วยงบประมาณอันจำกัดอยู่ที่ คนละ 5,000 บาทได้เริ่มเดินทางด้วยรถทัวร์ตั้งแต่ วันที่ 12 เม.ย. 2561 ออกเดินทางเวลา 17:30 น. ถึง บขส.ตราด เวลา 10:00 น. จากนั้นก็นั่งสองแถวไปจุดลงเรือที่ท่าเรือแหลมงอบ (กรมหลวงชุมพร) ราคา 70 บาท "สำหรับการเดินทางไปเที่ยวเกาะนี้ควรจะจองที่พักพร้อมเรือไว้ก่อน" ค่าเรือไปกลับ ราคา 900 บาท ซึ่งเราได้จองที่พักไว้กับ Good feeling resort ทางรีสอร์ทได้จองเรือไว้ให้เรียบร้อย โดยจ่ายมัดจำไปครึ่งนึง 

**ถ้าหากเดินทางจาก กทม. สามารถนั่งรถตู้ หรือ รถทัวร์มาสะดวกค่ะ 


 

Day1

  
 
ใช้เวลานั่งเรือ Speed boat ไม่นานมาก ประมาณ 45 นาที เรือก็มาส่งถึงเกาะหวายแล้วเรือได้จอดให้ผู้โดยสารที่จะลงเกาะหวาย ลงได้ที่หน้าหาดพาราไดซ์ เป็นการลงท่าเรือที่ >>อเมซิ่งมาก<< มีแพไม้มารับ และต้องเปียกตั้งแต่ลงเรือเลยทีเดียว แต่ชอบมากค่ะ เหมือนได้สัมผัสตั้งแต่ลงเรือ บรรยากาศ ภาพที่ได้เห็นคือร้อง ว้าว มากกก มันสวยใส น้ำใส ฟ้าสวย มากกกก

^^^
นี่ไงท่าเรือของเกาะหวายพาราไดซ์ อิอิ 
 

หลังจากที่มาถึงเกาะแล้วเราก็ได้เดินไปยังที่พักกันจ้า คนที่เดินไปส่งใจดีมากค่ะ ชวนคุยได้ตลอดทาง แต่ทางที่เดินไปอารมณ์เหมือนไปเดินป่าเลย ฮ่าๆๆ ไม่ไกลแต่ก็เหมือนจะไกลนะ ต้องฮึบค่ะ ในใจนี่ได้แต่บอกว่า "สู้ๆ เว้ย !! อีกนิดเดียว" ข้าวก็ไม่ได้กินตั้งแต่เช้า ในกระเพาะมีแต่ขนม และแล้วในที่สุด >>>!!

บ้านพักของเรา

อ่าาาาาา ได้พักเหนื่อยสักทีที่มาถึงที่พักแล้ว แต่ .... ลืมว่าไม่มีน้ำกิน ถ้าจะกินน้ำต้องเดินกลับทางเดิมเพื่อกลับไปล็อบบี้ของรีสอร์ท T^T ความเพลียจากการเดินทางทำให้เราไม่มีแรงเดินกลับเลยนอนกลิ้ง
บนที่นอนแทน  บ้านที่พักจะอยู่ติดกับหาดเลยจ้าา เป็นบ้านหลังเล็ก บ้านที่เราได้พักจะมีหิน แต่ถ้าเป็นหลังข้างๆ จะเป็นชายหาดเลยค่ะ มาช้าไปไม่ทัน เพราะมีคนพักอยู่แล้ว V.V
 
 
หน้าบ้าน ///></// นี่แหละฟิลลิ่งที่อยากจะมาพบ
 
Good feeling resort
หลังเล็ก   คืนละ 600 พักได้ 2 คน 
หลังใหญ่  คืนละ 800 พักได้ 4 คน 
บ้านบนเขาจะหลังละ 400 บาท 



ประมาณ 4 โมง ก็ออกไปเล่นน้ำหน้าบ้านกัน สะดวกง่าย ไม่ต้องไปไกลๆ ไม่กี่เมตรก็ลงน้ำได้เลย จุดนี้แหละที่มันฟินนน ใครที่ไม่อยากลงไปเล่นจะนั่ง นอน มองวิวจากบนบ้านพัก หรือหน้าหาดก็แล้วแต่สมใจอยากเลยค่ะ เมื่อได้ลงไปถ่ายรูป เล่นน้ำกันสักพักก็คิดว่า ควรถึงเวลาเติมพลังงานได้แล้ว 

>>ไปกินนนนนข้าวววกันนนนน  ปล. ก่อนไปกินข้าวควรจะอาบน้ำล้างตัวก่อนนะจ๊ะ ^^

 
 
ร้านอาหาร จะเป็นของทางรีสอร์ทค่ะ อาหารจะมีราคาตั้งแต่ 70 บาท ขึ้นไป ส่วนมากถ้าเป็นอาหารจานเดียว ราคาจะอยู่ที่จานละ 100 บาท ส่วนกับข้าวจะประมาณ 120-160 บาทจ้า ราคาอาจจะไม่แน่นอน แต่คอนเฟิร์มว่าอร่อยและราคาไม่แรง  *0* 
 
ช่วงที่ไปทานอาหารตอนเย็นควรจะพกแบตสำรองและโทรศัพท์มือถือที่ต้องการชาร์ตแบตไปชาร์ตได้ที่ล็อบบี้ได้เลย ทางที่พักก็จะเปิดให้ชาร์ตได้ถึงตอนประมาณ 4 ทุ่มครึ่งนะคะ ใครที่อยากรอก็นั่งตบยุงรอวนไป จนพอใจที่จะกลับ หรือกลับไปนอนเล่นแล้วค่อยเดินกลับมาเอาก็ได้นะ แต่เราไม่ค่ะ นั่งเมาส์ที่นั่นแหละรอใกล้ถึงเวลาแล้วกลับทีเดียว ฮ่าๆๆ 
 
ในการเดินทางจากบ้านพักมาล็อบบี้ควรจะพกไฟฉายมาด้วยนะจ๊ะ ถึงแม้จะมีไฟให้ตามถนน แต่บางช่วงไฟก็ไปไม่ถึง มืดมากกกกก ควรจะมีไฟฉายหรือเปิดในมือถือไปค่ะ วันแรกอาจจะเหนื่อยที่ต้องเดินไปเดินมา แต่อยู่ไปสักพักจะชินไปเองงงง
 
เดินมาถึงบ้านก็จะหอบแฮ่กๆ และก็ต้องอาบน้ำรอบที่สอง ตอนกลางคืนจะร้อนมากๆ ลมแทบไม่มี และที่พักก็ไม่มีพัดลมด้วยนะ ฮ่าๆๆ แต่เราสายถึก สบายมากแค่นี้จิ๊บๆ นอนฟังเสียงคลื่นไปเดี๋ยวก็หลับ 
 
............End Day 1............
 
 
Day 2
 
05:30 น. ถ้าเป็นวันทำงานนี่ไม่อยากจะตื่นกันสินะ แต่พอมาเที่ยวนี่นาฬิกาปลุกไม่ต้องค่ะ ตื่นได้เองซะงั้น พอตื่นมาไม่ต้องรีรออะไรละจ้า รีบลงไปเพื่อจะไปถ่ายรูปต้มทะเล ยังดีหน่อยที่เห็นดวงอาทิตย์ขึ้น เพราะหน้าหาดจะหันไปทางทิศเหนือ นาทีทองเท่านั้นที่จะถ่ายได้ แต่ไม่ทันได้รูปต้มอะไรเลย แสงมาไวมากก ต้องตื่นไวกว่านี้ แต่แค่นี้ที่ได้เห็นบรรยากาศยามเช้าจากหน้าบ้าน ดวงอาทิตย์ขึ้นให้ชม ก็อินได้แค่ไหนแล้ว *0*
 
 



 



 
กิจกรรมสำหรับวันนี้คือพายเรือคายัครอบเกาะ แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว หลังจากที่ออกเดินถ่ายรูปรับบรรยากาศเย็นสบายยามเช้า ก็รีบอาบน้ำและไปเอาเรือกันต่อจ้า ตอนที่ไปถึงที่เอาเรือก็ได้สอบถามกับพี่เขาว่าสามารถพายได้ตรงไหนบ้าง มีจุดไหนที่ไม่ควรพายไปบ้าง คำตอบคือได้รอบเกาะจริงๆ  ตาลุกวาว วันนี้เราจะไปพจญภัยกัน ส่วนค่าเสียหายจากการเช่าเรือ 500 ต่อวันนะคะ นั่งได้ 2 คน และชูชีพเพิ่มอีกตัวละ 50 บาท 


Let go ~ ไปกันเถอะ
 
 
 ผ่านหาดหน้าบ้านสักหน่อย
 
ที่ที่เราจะไปตั้งแต่แรกคือพายไปชมหาดก่อน ตั้งใจไปหาดโรแมนติกที่อยู่สุดริมฝั่งตะวันออก ชิวๆเลยจ้า  ค่อยๆพายไปส่วนมากเพื่อนจะพาย แต่เราถ่ายรูป 5555  ตรงนี้เราจะผ่านเกาะหวายกรีนรีสอร์ท เป็นรีสอร์ทที่มีไฟใช้ได้ตลอดทั้งวัน สำหรับคนรักสบายหน่อยก็สามารถเลือกพักที่นี่ได้เลยค่าา ที่พักติดหาดเหมือนกัน แต่ทรายที่หาดจะออกสีส้มๆหน่อยค่ะ  ที่รีสอร์ทนี้ถือว่าเป็นจุดแลนมาร์คเลย เพราะจะมีศูนย์อนุรักษ์ปะการังอยู่ที่นี่ ทำให้เป็นจุดเด่นของที่นี่เลยล่ะจ้า (แต่เหมือนจะปิดปรับปรุงนะ)
 

ต่อ ต่อ ...

พาย ต่อไป เราก็จะเจอกับ อีกรีสอร์ทนึง คือกระท่อมยายมา ไม่มีภาพบริเวณภายในเลยจ้าเพราะไม่ได้ลงไปเดิน ตรงนี้ก็จะมีหาดถือว่าค่อนข้างยาวอยู่ค่ะ แต่เราไม่ได้จอด ยังจ้ำอ้าวพายเรือต่อไป เพื่อไปหาดโรแมนติกกันนน



 

แต่ก่อนที่จะถึงหาดโรแมนติกก็จะเจอกับหาดเล็ก ถือว่าเล็กมากๆ แต่ก็ยังไม่แวะนะ ฮ่าๆๆ เห็นมี 2 หนุ่มนั่งอยู่ตรงนั้นเราเลยไม่แวะ อะพายต่อปายยยย


และแล้วก็มาถึง หาดที่เราอยากมา หาดที่ทรายขาวที่สุดบนเกาะนี้แหละมั้ง คือวิวสวยมากกก เสียดายถ่ายรูปมาไม่เยอะ แต่จุดนี้สายๆจะมีเรือทัวร์มาปล่อยนักท่องเที่ยวมาดำน้ำค่ะ เราเลย อยู่ได้ไม่นาน พอเห็นเรือมาเราก็ออกพายกลับเพื่อตอนเที่ยงจะไปทานข้าวต่อดีกว่าา 

พายมาได้สักพัก เห็นหาดเล็กที่ผ่านมาเมื่อกี้รู้สึกมันดึงดูดใจแปลกๆ เอาวะแวะสักหน่อยกะจะเล่นน้ำเลยแล้วไปอาบน้ำกินข้าว และเราก็หยุดอยู่ที่หาดเล็กๆนี้นานมากก หาดน้ำทรายไม่ได้ขาวมาก แต่มันรู้สึกน่าเล่นมาก ไม่มีคนเลยตอนนี้ เงียบ สงบ มากกกกก เรียกได้ว่าพื้นที่นี้เป็นของเรา

การสำรวจรอบเกาะเราสามารถเดินตามถนนที่มีมาได้ตลอดนะ แต่วันนี้เราพายเรือเล่นเลยไม่ได้มาแบบเดิน  แค่เดินไปทานข้าวก็เหนื่อยแล้ว พายเรือรู้สึกสนุกกว่าเยอะ ไวกว่ามากๆ เราแวะพักที่นี่กันนานพอสมควร เล่นน้ำ ถ่ายรูปกันพออิ่มๆ แล้วก็รู้สึกว่าพลังงานเริ่มจะหมดไป ต้องไปกินข้าวแล้วแหละ เพราะตอนเช้าใช้พลังงานจากตับไปหมดแล้วว  หมดๆ หมดเวลาสนุกแล้วซิ ไปต่อกันเถอะ ตอนกลับรู้สึกว่าการสนทนาระหว่างหัวเรือกับท้ายเรือไม่เข้าใจกันนะ เรือไปติดแหงกอยู่ตรงสะพานเก่า แถวกระท่อมยายมา หัวเรือดีไง พาออกมาได้ ดีนะเราไม่ใช่หัวเรือ 5555 พายเรือนี่ติดโขดหินกันบ่อยมาก หันซ้ายหันขวาคนมาดำน้ำเยอะเหมือนกันนะ  อาบน้ำแล้วไปกินข้าวกัน 
 
 
มื้อกลางวัน 330 บาท
 
หลังจากที่อิ่มกันแล้ว เตรียมตัวลุยกันต่อจากครึ่งเช้าที่พายชมหาดต่างๆแล้ว ตอนบ่ายนี้เราจะไปอีกฝั่งนึงของเกาะ ฟังดูน่าตื่นเต้นใช่มั้ยล่ะ ฮ่าาาา ตื่นเต้นมากๆ พายเรือครั้งแรก ยังคิดจะพายรอบเกาะด้วยนะ 
 
เราพายมาทางฝั่ง พาราไดซ์กันจ้า เพื่อวนมาอีกรอบ ตอนพายออกมานี่กำลังฮึดเลย พจญภัยดีแฮะ และก็พายมาเจอทัวร์ดำน้ำที่หน้าหาดพาราไดซ์ ตอนนั้นไกด์ตะโกนบอก ระวังเจอฉลามนะ นี่คิดในใจ " ฉลามไรจะเกยตื้นขนาดนี้" ไม่สนเฟ้ย ไปต่อๆ ฮุย เล ฮุยย !! พายไปเรื่อยจะถึง อ่าวหัวหาด ตรงนั้นยังเป็นพื้นที่ของพาราไดซ์ แต่มาอีกฝั่งแล้วเราจะรู้สึกถึงพลังแห่งวายุ รู้สึกไหวๆนิดนึงแต่ไม่หวั่น จ้ำอ้าวที่จะพายต่อไป ยังมีเรือของนักประมงอยู่ไม่ไกล ถ้าหากว่าดูตามแผนที่เกาะแล้ว ฝั่งนี้จะไม่มีหาดเหมือนอีกฝั่งเลย ถึงมีก็น้อยมากๆ ส่วนมากจะเป็นโขดหินใหญ่ๆ เห็นแล้วภาพนี้แว๊บขึ้นมาในหัว 
 
 
 
รูป
 
สรุปแล้วเราพายเรือคายัคไม่ได้รอบเกาะเหมือนที่ตั้งใจไว้ เพราะคลื่นฝั่งนี้ค่อนข้างแรง เหนื่อยมาก เราไปได้แค่ครึ่งทาง ถอดใจเพราะอาการเหมือนเราจะพลิก ฮ่าๆ เกาะฝั่งนี้ค่อนข้างดูน่ากลัวนะคะ >> มีถ้ำเล็กๆอยู่ด้วย.. กว่าจะหาที่จอดเพื่อกลับเรือได้ทำเอาหนักเลยงานนี้ พอถึงที่จอดรถกลับ เพื่อนนี่นิ่งเลย เรายังถ่ายรูปบรรยากาศเก็บมาด้วยนะ อารมณ์เหมือนติดเกาะของจริง ไม่มีอะไรเลย มีแค่เราสองคนกับเพื่อน นอกนั้นเป็นเกาะที่มีแต่ป่า และทะเลเคว้งๆ อากาศค่อนข้างร้อน แต่ลมก็แรง คิดในใจ ไม่น่าเล้ยยยเราจะติดอยู่ที่นี่รึเปล่าเนี่ย สุดท้ายเราพากันกลับค่ะ รอด !!! แล้วมาหยุดพักที่หาดหัวแหลม พอถึงเวลา 4 โมงกว่าๆเราก็พายเรือกลับบ้านแล้วนำเรือไปส่งคืนก่อน 6 โมงเย็น 
ระหว่างรอกินข้าว นั่งเล่นหน้าหาดพาราไดซ์ แบบ..มันช่างดีงามไรแบบนี้่น้าาา
ยิ่งตอนเย็นๆ นั่งริมทะเล เหมือนนั่งถ่ายมิวสิคไงไม่รู้ ผ่อนคลายฝุดๆ บรรยายมันดีมากๆ
 
 ............End Day 2............


Day 3


เริ่มต้นเช้าวันใหม่อันสดใส ตื่นเวลาเดิมเพื่อที่จะออกไปถ่ายรูปเหมือนเดิม ส่วนเพื่อนรายนั้น เดี้ยงเลยจากการพายเรือเมื่อวานลุกไม่ขึ้น กิจกรรมเช้าวันนี้เลยงดไป เพราะตอนแรกว่าจะเดินไปเล่นน้ำ ถ่ายรูปเกร๋ๆ กันที่หาดเล็กๆ แถวกระท่อมยายมา แล้วมาดำน้ำตอนบ่าย วันนี้จึงมีกิจกรรมดำน้ำตอนบ่าย ทานข้าวเที่ยงเสร็จก็เช่าอุปกรณ์ สน็อคเกิ้ล ชูชีพ รวมแล้วทั้งชุด 150 บาท ได้ทั้งวันนะจ๊ะ
สถานที่ที่เราจะดำน้ำก็ไม่ไปไหนหรอกวันนี้ แนวปะการังหาดหน้าบ้านนี่แหละจ้า ตอนแรกก็กลัวเหมือนกันเพราะไม่เคยดำน้ำ แต่พอได้ลองแล้วติดใจ สนุกซะงั้น โดดเดี่ยวในกลางดงหอยเม่น เราก็เพื่อนก็ไปซะคนละที่กัน ตอนแรกก็ดูสวยงาม เจอหอยเม่นเข้าไปหดเท้าแทบไม่ทัน มันคงไม่โดนเพราะลอย แต่ร่างกายมันขยับก่อนละ คิดแค่ว่าถ้ายังจะลอยอยู่ตรงนี้ ไม่น่าจะปลอดภัย ฮ่าๆ (หน้ากากดำน้ำอันนี้สามารถหายใจทางจมูกได้เลยนะคะ ไม่สำลักน้ำแน่นอน !)

เสียดายที่ไม่มีกล้องกันน้ำ และไม่มีซองกันน้ำ เลยไม่ได้ถ่ายภาพใต้น้ำมาให้ชมเลย ตรงนี้เราไม่รู้ว่าปะการังตรงไหนสวยเพราะขี้เกียจไปตรงจุดอื่นเลยดำน้ำเอา ฟิลลิ่งไป ..ดำผุด ดำว่าย.. นอนเกยตื้น

พักจากความเหนื่อยล้าเมื่อวาน ฮ่าๆ วันนี้มันช่างสบายจริงๆ ถึงแดดจะแรงแต่ก็ฟิน นอนกลิ้งทรายไปยาวๆ 
..พอดำน้ำ เล่นน้ำกันหนำใจ ตอนเย็นเราก็รีบอาบน้ำไปเดินเล่นที่หาด พาราไดซ์ เพื่อที่ว่าจะไปดูตะวันตกดิน ที่จริงมันจะมีทางขึ้นไปชมตะวันตกดินได้ แต่เราไม่ได้ขึ้นไปกัน (แอบเสียดาย ไปครั้งหน้าไม่พลาดแน่ๆ ><)  

 
พอฟ้าใกล้จะมืด ก็มาอยู่ตรงโขดหิน อยากจะพยายามเหลือเกินน ที่จะถ่ายต้มทะเล แต่คลื่นจ๋าา สงบไปไหนคะ ได้แค่นี้ 
 
มาหลายวันละ พึ่งจะถ่ายรูปนี้

Day 4



วันนี้ก็ต้องเตรียมตัวกลับบ้านกันแล้ว เสียดายที่ต้องจาก แล้วเราจะกลับมาใหม่


..ตอนกลับนี้ทางที่พักจะติดต่อกับเรืออยู่แล้วค่ะ ให้เราไปเอาตั๋วเรือที่ล็อบบี้และจ่ายค่าที่พักที่มัดจำไว้ครึ่งนึงได้เลย เรือที่จะกลับไปยังท่าเรือแหลมงอบ จะมารับตอนเวลา 09:00 น. ก็ให้เราสแตนบายรอได้เลยจ้า เวลานี้ก็ลุ้นว่าเรือจะมารับตรงไหนฟระ เพราะดูลักษณะแล้วคงไม่ต่างจากตอนมาถึง 555 พอพี่กบ เจ้าของรีสอร์ทบอกเรือมาแล้ว พี่เขาจะไปส่งขึ้นเรือค่ะ มีหลายคนที่กลับวันนี้ เพราะเป็นวันหยุดวันสุดท้ายแล้ว เดินไปก็เห็นแล้วค่ะ ว่าท่าเรือนั้น ดูน่าจะขึ้นลำบากว่าตอนมาซะอีก (ไม่ได้ถ่ายรูป) ลักษณะเป็นแพ แต่มันมีรูอะ รูกว้างด้วยขาหลุดลงไปได้อะ ถ้าไม่ระวัง ก้าวพลาดไรงี้ ขึ้นไปยืนต้องใช้ทักษะในการทรงตัวด้วยนะ อิอิ  พอรับลูกค้าจาก Good feeling เสร็จแล้วเขาก็จะไปรับลูกค้าทาง พาราไดซ์ค่ะ ห่างกันนิดเดียว ครบแล้วก็ บ๊าย บาย.. เกาะหวาย 


เรือใช้เวลาประมาณ 45 นาที ก็มาถึงท่าเรือแหลมงอบ (กรมหลวงชุมพร) เราก็ขึ้นรถสองแถวไป บขส.ตราด ก็ใช้เวลาประมาณ 30 นาที พอถึงแล้วก็รีบอีกค่ะ ไปเอาตั๋วที่จองไว้กับรถตู้ เพราะตอนกลับเราจะไปแวะ กทม. ก่อนกลับบ้าน ดีนะที่จองไว้ทุกอย่าง ไม่งั้นพลาดแน่ๆ ตั๋วเต็มทุกรอบ 555 กว่าการเดินทางที่แสนยาวนานจะถึงบ้านก็ 7 โมงเช้า อีกวันจ้า 


---หมดเวลาสนุกแล้วสิ T_T การมาเที่ยวเกาะครั้งนี้ เราไม่ได้มาสำรวจเกาะกันมากขนาดนั้น มาพักผ่อนซะมากกว่า มันก็มีเท่านี้อะ 55 นอนเล่นหน้าบ้าน แค่นี้ก็ฟินแล้ว คุ้มมาก รู้สึกไม่เสียดายเลยที่ได้มา ใครที่อยากจะมากับเพื่อน แฟน หรือมากับครอบครัว ก็ได้หมดนะ รับรองแล้วจะหลงรักเกาะหวาย---


สรุปค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว


1.ค่าที่พัก 1800  สำหรับ 3 คืน คืนละ 600 บาท

2.ค่าเรือ ไป-กลับ 1800
3.ค่ารถไป-กลับ 2784
4.ค่าสองแถวไป-กลับท่าเรือ 260
5.ค่าเรือค่ายัค+ชูชีพ 600 
6.ค่าชูชีพ+หน้ากากดำน้ำ 300
7.ค่าอาหาร 1450

รวม 10000 บาท ต่อ 2 คน


ส่วนมากเราจะเสียปกับค่าเดินทางมากกว่า ทริปนี้ถือว่าประหยัดระดับนึงเลย ถ้าหากใครที่เดินทางจาก กทม. ก็จะประหยัดค่ารถลงไปเยอะมากๆเลยค่ะ